ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการ

ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ SmartMathPro เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นและดำเนินการโดย บริษัท สมายด์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด นิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จดทะเบียนตามกฎหมายไทย สำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ 926 อาคารโครงการ Block28 ห้องเลขที่ C305 ซอย จุฬา 7 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

เพื่อให้การใช้บริการเว็บไซต์นี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและถูกต้อง บริษัทฯ ได้จัดทำข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการ และนโยบายความเป็นส่วนตัว ซึ่งประกอบด้วยการใช้บริการในเว็บไซต์ ดังนี้ 

  1. smartmathpro.com 
  2. online.smartmathpro.com
  3. การเชื่อมต่อกับเว็บไซต์เครือข่าย และเว็บไซต์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ในอนาคต

ผู้ใช้บริการเว็บไซต์ทุกท่านจะต้องรับทราบและยินยอมข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการ และนโยบายความเป็นส่วนตัว ที่บริษัทฯ ได้จัดทำ ดังนั้น กรุณาอ่านและใช้วิจารณญาณอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนการยินยอมข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการและนโยบายความเป็นส่วนตัว ที่ทางบริษัทกล่าวถึงทั้งหมดในเนื้อความด้านล่างนี้ทั้งหมด

นโยบายการคืนเงิน

ผู้ใช้บริการที่มีความประสงค์จะทำการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงคอร์สเรียน ผู้ใช้บริการจะต้องยังไม่ได้เข้าเรียน หรือทำการเรียนแล้วไม่เกิน 2 ชั่วโมง และจะต้องแจ้งความประสงค์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงใด ๆ ภายใน 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่ได้รับการอนุมัติให้เข้าเรียนจากทางบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ มีดุลพินิจเด็ดขาดในการพิจารณาการคืนเงิน หรือเปลี่ยนแปลงคอร์สเรียน

หากทางบริษัทฯ ตรวจสอบพบว่า การยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงคอร์สเรียน เป็นความผิดอันมาจากผู้ใช้บริการด้วยความเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินให้ผู้ใช้บริการทุกกรณี ทั้งนี้ หากบริษัทฯ พิจารณาอนุมัติให้มีการคืนเงินตามเงื่อนไขทุกประการ บริษัทฯ จะดำเนินการคืนเงินภายใน 7 วันทำการ นับตั้งแต่วันที่พิจารณาและแจ้งผลให้ผู้ใช้บริการทราบแล้วเสร็จ

การซื้อ ขาย หรือการใช้งานร่วมกันของคอร์สเรียน

ข้อความ ภาพ เสียง วิดีโอ เนื้อหาในคอร์สเรียนทั้งหมดในเว็บไซต์ ถือเป็นผลงานอันมีลิขสิทธิ์ และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ซึ่งผู้ใช้บริการจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายลิขสิทธิ์ โดยต้องไม่กระทำการดังต่อไปนี้ เช่น ลอกเลียน ทำซ้ำ คัดลอก ดัดแปลง แก้ไข เรียบเรียง รับซื้อ ขาย มีไว้เพื่อขาย เช่า มีไว้เพื่อเช่า เสนอขาย เสนอเช่า จัดพิมพ์เนื้อหา reverse engineer เผยแพร่ต่อสาธารณะ รวมถึงห้ามกระทำการอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ในลักษณะที่เป็นการแสวงหาประโยชน์ทางการค้า หรือประโยชน์โดยมิชอบ ไม่ว่าโดยประการใด ๆ ก็ตาม เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทฯ หากมีการตรวจสอบพบว่าผู้ใช้บริการ ได้กระทำการดังกล่าว บริษัทฯ ขอระงับสิทธิ์ในการเข้าเรียนของผู้ใช้บริการโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และบริษัทฯ จะไม่คืนเงินค่าคอร์สเรียนหรือชดเชยเป็นจำนวนเงินใด ๆ คืนแก่ผู้ใช้บริการทั้งสิ้น ทั้งนี้ บริษัทฯ จะดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด

การใช้งานเว็บไซต์

เว็บไซต์นี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการเหล่านี้เป็นครั้งคราว ดังนั้น ผู้ใช้บริการควรเข้ามาอ่านรายละเอียดข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ และนอกเหนือจากนี้ เว็บไซต์นี้ประกอบไปด้วยข้อความ เนื้อหา โปรแกรมทางคอมพิวเตอร์ รูปภาพ วิดีโอ เสียง ภาพกราฟิกทั้งหลาย หรือเครื่องหมายทางการค้า ซึ่งได้รับความคุ้มครองในด้านลิขสิทธิ์ และทรัพย์สินทางปัญญาอื่น ๆ เป็นของบริษัท สมายด์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด โดยห้ามผู้อื่นทำซ้ำ แก้ไข หรือนำข้อมูล เนื้อหา โปรแกรมทางคอมพิวเตอร์ รูปภาพ วิดีโอ เสียง ภาพกราฟิกทั้งหลาย หรือเครื่องหมายทางการค้าไปเผยแพร่ โดยยังไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด

ผู้ใช้บริการยินยอมจะไม่ใช้เว็บไซต์หรือบริการของเว็บไซต์นี้ ดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรวบรวมข้อมูลของลูกค้า หรือผู้ลงโฆษณา และยินยอมที่จะไม่กระทำการใช้ซอฟต์แวร์อัตโนมัติ (bots) เจาะระบบฐานข้อมูล แก้ไข ดัดแปลง หรือ ปรับเปลี่ยนการเข้าถึงข้อมูลด้วยซอฟต์แวร์อื่น ๆ อันได้มาซึ่งข้อมูลจากบริการของบริษัทฯ และผู้ใช้บริการยินยอมที่จะไม่กระทำการใช้ซอฟต์แวร์ใด ๆ ในการนำข้อมูลและบริการส่วนหนึ่งส่วนใดของบริษัทฯ ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตโดยเด็ดขาด ทั้งนี้ บริษัทฯ จะดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด

การยินยอมให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนตัวทุกรูปแบบที่ผู้ใช้บริการให้กับทางบริษัทฯ จะถือว่าเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความลับ และไม่เป็นกรรมสิทธิ์แต่อย่างใด ทุกสิ่งที่ผู้ใช้บริการได้ให้เผยแพร่หรือแสดงความเห็น บริษัทฯ สามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น และผู้ใช้บริการต้องยอมรับว่าข้อมูลที่ผู้ใช้บริการดำเนินการใด ๆ บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ ไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิ์จากบุคคลที่สาม ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการจะต้องยินยอมให้บริษัทฯ รวบรวมข้อมูลและการใช้งานเว็บไซต์ของผู้ใช้บริการ และบริษัทฯ มีสิทธิ์ในการใช้ข้อมูลดังกล่าวตามที่ได้ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวอีกด้วย

การเชื่อมโยงกับเว็บไซต์อื่น ๆ

เว็บไซต์นี้อาจมีการเชื่อมต่อกับเว็บไซต์อื่น ๆ การเชื่อมต่อนี้เพื่อช่วยให้ท่านค้นหาเว็บไซต์ บริการ หรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย บริษัทฯ ไม่มีอำนาจที่จะควบคุม รับรองยืนยันความถูกต้องหรือความน่าเชื่อถือหรือรับผิดชอบในเนื้อหาของเว็บไซต์ของบุคคล ภายนอก หรือการเชื่อมต่อใด ๆ ที่บรรจุอยู่ในเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก

การตัดสินใจว่าบริการหรือผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์เหล่านี้ สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของท่านหรือไม่นั้น เป็นความรับผิดชอบของท่านเอง บริษัท สมายด์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด ไม่สามารถควบคุมและจะไม่รับผิดชอบเนื้อหาของเว็บไซต์เหล่านั้นใด ๆ ทั้งสิ้น และบริษัท สมายด์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกำหนดถึงการรับประกันใด ๆ หรือต้องรับภาระค่าเสียหายที่เกี่ยวพันกับเจ้าของ หรือผู้ดำเนินงานของเว็บไซต์ใด ๆ รวมทั้งความเสียหายที่เกิดจากข้ออ้างใด ๆ ก็ตามที่ละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาประเภทอื่นของเว็บไซต์ของบุคคลที่สามนั้น

บริษัทฯ ไม่อนุญาตให้ใส่ลิงก์ที่ไม่ได้รับอนุญาตในเว็บไซต์นี้

ข้อจำกัดและการปฏิเสธความรับผิด

ผู้ใช้บริการจะต้องยอมรับว่า เมื่อเข้าใช้บริการเว็บไซต์นี้แล้ว ผู้ใช้บริการยอมรับความเสี่ยง และต้องรับผิดชอบสำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นจากการเข้าใช้งานของผู้ใช้บริการ (ุถ้ามี) บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหาย ความสูญเสีย ค่าใช้จ่าย การเรียกร้อง หรือความต้องการใด ๆ ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม ทั้งนี้ การชดเชย หรือผลเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น เกี่ยวข้องกับการใช้งานเว็บไซต์นี้ของผู้ใช้บริการ และข้อมูล เนื้อหา ส่วนประกอบ หรือผลิตภัณฑ์ที่รวมอยู่ในหลักเกณฑ์บนเว็บไซต์นี้ อยู่ภายใต้กฎหมายของประเทศไทย หากเกิดข้อพิพาทใด ๆ จะได้รับการแก้ไขโดยศาลยุติธรรมในการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงและเงื่อนไขต่อไป

ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สำหรับคู่ค้าทางธุรกิจ

บริษัท สมายด์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (“บริษัท”)  ให้ความสำคัญในสิทธิความเป็นส่วนตัวของคู่ค้าทางธุรกิจทุกท่าน (“ท่าน”) จึงจัดให้มีประกาศความเป็นส่วนตัวนี้เพื่อ “ท่าน” จะได้รับทราบถึงนโยบายของบริษัทเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของ “ท่าน” ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

คู่ค้าทางธุรกิจ หมายถึง บุคคล/นิติบุคคลที่จะขายหรือขายสินค้า และ/หรือให้บริการ หรือรับจ้างทำของให้แก่ บริษัท เช่น ผู้ขาย ผู้ให้บริการ ผู้รับจ้าง ที่ปรึกษา เป็นต้น และให้หมายความรวมถึงตัวแทนของนิติบุคคลซึ่งเป็นคู่ค้า เช่น ผู้บริหาร กรรมการ พนักงาน ลูกจ้าง ตัวแทน ผู้แทน หรือบุคคลธรรมดาอื่นใด และบุคคลที่มีข้อมูลส่วนบุคคลปรากฏในเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการทำธุรกรรมระหว่างบริษัทกับนิติบุคคลนั้น เช่น ผู้ประสานงาน ผู้ส่งสินค้า ผู้สั่งจ่ายเช็ค เป็นต้น

  1. วัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

    บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเฉพาะกรณีที่มีฐานทางกฎหมายให้อำนาจไว้ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น ได้แก่ เพื่อการดำเนินการตามภาระหน้าที่ตามกฎหมาย การปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านได้ทำไว้กับบริษัท เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท การดำเนินการตามความยินยอมของท่าน และ/หรือภายใต้ฐานทางกฎหมายอื่น ๆ โดยมีวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของบริษัท ดังต่อไปนี้

    1. ฐานภาระหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท ได้แก่
      1. เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงิน การคืนเงิน การออกใบสำคัญรับเงิน ใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี ตามประมวลรัษฎากรและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
      2. เพื่อปฏิบัติตามกฎระเบียบ และ/หรือ คำสั่งของผู้มีอำนาจ (เช่น คำสั่งศาล คำสั่งของหน่วยงานรัฐ เป็นต้น )
    2. ฐานการปฏิบัติตามสัญญา ได้แก่
      1. เพื่อดำเนินการตามคำขอของท่าน ทั้งก่อนและขณะทำสัญญา และเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการในขั้นตอนการเข้าทำสัญญา การเสนอขายและการเจรจาต่อรอง
      2. เพื่อยืนยันตัวตนของท่าน และเพื่อประโยชน์ในการติดต่อสื่อสาร
      3. เพื่อตรวจสอบการมอบอำนาจและการรับมอบอำนาจ รวมทั้งเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง
      4. เพื่อพิจารณาลงนามในสัญญา และเพื่อปฏิบัติตามสัญญา
      5. เพื่อการจัดซื้อ จัดจ้าง ตรวจรับ ชำระค่าสินค้าและบริการ ตรวจสอบและประเมินการทำงานตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ในใบสั่งซื้อหรือสัญญาหรือเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
    3. ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท ได้แก่
      1. รักษาความปลอดภัย ( เช่น บันทึกภาพ CCTV และ/หรือบันทึกภาพผู้ติดต่อก่อนเข้าบริเวณสถานที่ของบริษัท เช่น คลังสินค้า )
      2. เพื่อเป็นฐานข้อมูลของบริษัท
  2. ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่จะถูกประมวลผล

    บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลของท่าน โดยการขอข้อมูลจากท่านโดยตรงซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบเอกสาร หรือ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยอาจให้ท่านกรอกข้อมูลลงในเอกสารที่บริษัทจัดเตรียมไว้หรือกรอกข้อมูลลง ในแพลตฟอร์ม ออนไลน์ที่ทางบริษัทได้กำหนด และ/หรือวิธีอื่นใด อย่างไรก็ตาม ด้วยลักษณะของกิจกรรมบริษัทจำเป็นต้อง ประมวลผลข้อมูลของท่านบางประการ ซึ่งอาจเป็นข้อมูลที่บริษัทได้รับจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากท่านโดยตรง ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจัด เก็บจากท่านอาจแตกต่างกันแล้วแต่กรณี และลักษณะของกิจกรรมที่บริษัทจำเป็นต้อง ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

    1. ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น คำนำหน้าชื่อ, ชื่อ, ชื่อกลาง, นามสกุล, เลขบัตรประชาชน, อีเมล ,เบอร์โทรศัพท์, ที่อยู่, ลายมือชื่อ, Line ID
    2. ข้อมูลทางการเงิน เช่น หมายเลขบัญชีธนาคาร เป็นต้น
    3. ข้อมูลการโต้ตอบ และการสื่อสารในกรณีที่ท่านติดต่อบริษัท รวมถึงข้อมูลที่ท่านเลือกจะแบ่งปันและเปิดเผยผ่านระบบ แอปพลิเคชัน เครื่องมือ แบบสอบถาม และบริการต่าง ๆ ของบริษัท ไม่ว่าจะในรูปแบบ หรือวิธีใด ๆ ก็ตาม ซึ่งอาจเป็นภาพ หรือเสียงโดยไม่จำกัดเพียง โทรศัพท์ อีเมล ข้อความสนทนา และการสื่อสารทางสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media)
    4. ข้อมูลที่ใช้ประกอบเป็นหลักฐานการทำธุรกรรมต่าง ๆ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏในสำเนาบัตรประชาชน สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาหนังสือมอบอำนาจ สำเนาหนังสือรับรองบริษัท ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน ใบสำคัญจ่าย รวมถึง เอกสารอื่นใดที่ใช้ในการระบุตัวตน และการยืนยันตัวตน
    5. ข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่ท่านได้ให้ไว้แก่บริษัท เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นของผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งท่านรับรองต่อบริษัทว่า ท่านได้รับความยินยอมจากผู้เกี่ยวข้องให้เปิดเผยข้อมูลแก่บริษัท รวมถึงยินยอมให้บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลนั้น เพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้
  3. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว

    บริษัทไม่มีความประสงค์ให้บริษัทจัดเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของท่าน แต่หากข้อมูลดังกล่าวปรากฏอยู่บนบัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน หรือเอกสารอื่นใดที่ท่านได้สมัครใจเปิดเผยไว้ต่อบริษัท เช่น เชื้อชาติ หรือข้อมูลศาสนา และท่านได้ทำการส่งมอบข้อมูลใด ๆ ซึ่งปรากฏข้อมูลที่มีลักษณะเช่นว่านี้ให้แก่บริษัทไม่ว่าจะเป็นการส่งมอบข้อมูลในลักษณะเป็นเอกสาร หรือสื่ออื่นใด บริษัทแนะนำให้ท่านเป็นผู้ปกปิดข้อมูลอ่อนไหวเหล่านี้ ด้วยตัวท่านเอง โดยวิธีการขีดฆ่าข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว อย่างไรก็ตาม หากท่านมิได้ปกปิดข้อมูลด้วยตัวท่านเอง บริษัทถือว่าท่านได้อนุญาตโดยชัดแจ้งให้บริษัททำการปกปิดข้อมูลเหล่านี้ให้แก่ท่าน และให้ถือว่าข้อมูลที่ท่านส่งมอบมานี้ ซึ่งบริษัทได้จัดการปกปิดข้อมูลอ่อนไหวให้แก่ท่านแล้วเป็นเอกสารที่สมบูรณ์ ใช้บังคับได้ตามกฎหมายทุกประการ และให้บริษัทสามารถนำไปประมวลผลได้ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ หากเป็นกรณีที่บริษัทไม่สามารถจัดการปกปิดข้อมูลอ่อนไหวแก่ท่านได้เนื่องด้วยปัญหาเชิงเทคนิค หรือปัญหาอื่นใด บริษัทจะทำการจัดเก็บข้อมูลอ่อนไหวนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารยืนยันตัวตนของท่านเท่านั้น

  4. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล
    1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการเก็บรวบรวมจากท่านโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นในขั้นตอนของการเข้าทำสัญญาการกรอกข้อมูลผ่านทางแพลตฟอร์มต่าง ๆ การให้ข้อมูล ความคิดเห็น ไม่ว่าจะผ่านการพูดคุยกันโดยตรง หรือช่องทางออนไลน์ และไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบวาจาหรือลายลักษณ์อักษรก็ตาม
    2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้มาจากบุคคลที่สาม เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
    3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น การใช้คุกกี้ (Cookies)
  5. วัตถุประสงค์และฐานการประมวลผลข้อมูล
    1. บริษัทประมวลผลข้อมูลของท่าน ในกรณีท่านต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา และ/หรือการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และภายใต้วัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมายในการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างท่านกับบริษัท หากท่านไม่ประสงค์ที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแก่บริษัท อาจมีผลกระทบทางกฎหมาย หรืออาจทำให้บริษัท ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ภายใต้สัญญาที่ได้เข้าทำกับท่าน หรือไม่สามารถเข้าทำสัญญากับท่านได้ (แล้วแต่กรณี) ในกรณีดังกล่าว บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องปฏิเสธการเข้าทำสัญญากับท่าน หรือการให้สิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับท่าน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
  6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
    1. ผู้ให้บริการและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัท มอบหมายหรือว่าจ้างให้ทำหน้าที่บริหารจัดการหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัท ในการให้บริการต่าง ๆ รวมถึง ผู้ที่ทำหน้าที่ในนามบริษัท หรือร่วมกับบริษัท เพื่อดำเนินวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้ และมีความจำเป็นต้องได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เช่น การให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ บริการบันทึกข้อมูล บริการชำระเงิน การตรวจสอบทางบัญชี หรือบริการอื่นใดที่อาจเป็นประโยชน์ต่อท่าน หรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท ซึ่งมีความจำเป็นอย่างสมเหตุสมผลที่ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อทำให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ทางธุรกิจของบริษัท
    2. ที่ปรึกษาของบริษัท อาทิ ที่ปรึกษากฎหมาย ทนายความ ผู้ตรวจสอบบัญชี หรือผู้เชี่ยวชาญอื่นใด ทั้งภายในและภายนอกของบริษัท เป็นต้น
    3. หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแลตามกฎหมาย หรือที่ร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย หรือที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมาย หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม กรมการปกครอง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด ศาล และกรมบังคับคดี เป็นต้น
    4. บริษัทจะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลมีมาตรการปกป้องข้อมูลของท่านอย่างเหมาะสม และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และจะดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจโดยมิชอบ รวมถึงจะดำเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดในประกาศฉบับนี้ หรือวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายกำหนดให้กระทำได้เท่านั้น โดยในกรณีที่กฎหมายกำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทจะขอความยินยอมจากท่านก่อน
  7. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ
    1. บริษัทอาจเก็บข้อมูลของท่านบนคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ หรือคลาวด์ที่ให้บริการโดยบุคคลอื่น และอาจใช้โปรแกรมหรือแอปพลิเคชันของบุคคลอื่น ในรูปแบบของการให้บริการซอฟท์แวร์สำเร็จรูปและรูปแบบ ของการให้บริการแพลตฟอร์มสำเร็จรูปในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน แต่บริษัทจะไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้ และจะกำหนดให้บุคคลอื่นเหล่านั้นต้อง มีมาตรการคุ้มครองความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม
    2. ในกรณีที่มีการส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ บริษัทจะปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลและใช้มาตรการที่เหมาะสม เพื่อทำให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ส่งไปยัง ประเทศปลายทาง ต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพียงพอ ในกรณีที่จำเป็นต้องส่งให้ประเทศปลายทางที่ไม่มีมาตรการเพียงพอ บริษัทจะต้องขอความยินยอมของท่านก่อนการส่งหรือโอนข้อมูลส่วน บุคคลของท่านไปยังต่างประเทศดังกล่าว
  8. ระยะเวลาในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

    บริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่มีความจำเป็น เพื่อวัตถุประสงค์ของการประมวลผล ตามที่ระบุใน ประกาศฉบับนี้ ดังนี้

    1. กรณีที่ท่านให้ข้อมูลแก่บริษัทในฐานะที่ท่านเป็นคู่สัญญา คู่ค้าทางธุรกิจ ผู้ที่คาดว่าจะเป็นคู่ค้า ผู้เกี่ยวข้องกับบุคคลเหล่านั้น โดยบริษัทจะเก็บข้อมูลท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บริการแก่ท่านตามระยะเวลาในสัญญา และจะเก็บต่อไปอีก 2 (สอง) ปี นับถัดจากปีที่สิ้นสุดสัญญาหรือสิ้นสุดความสัมพันธ์กับท่าน
    2. ในกรณีมีการขอใช้สิทธิตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้ บริษัทจะเก็บหลักฐานประวัติการใช้สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไว้ 1 (หนึ่ง) เดือน นับถัดจากเดือนที่บริษัทพิจารณาคำขอของท่านแล้วเสร็จ
    3. กรณีอื่น ๆ บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็นตามสมควรเพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ของบริษัท และเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ กรณีที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลได้ชัดเจน บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลไว้ตามระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐานของการเก็บรวบรวม (เช่น อายุความตามกฎหมายทั่วไปสูงสุด 10 ปี) ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการทางศาล ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกจัดเก็บไว้จนกว่าจะสิ้นสุดการดำเนินการดังกล่าว รวมถึงระยะเวลาใด ๆ ในการดำเนินการที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ จากนั้นข้อมูลของท่านจะถูกลบหรือเก็บตามที่กฎหมายอนุญาต
    4. เมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนดแล้ว บริษัทจะดำเนินการลบ ทำลาย ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูล ที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ หรือดำเนินการอื่นใดตามที่กฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด เพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลบางอย่างไว้นานกว่าที่ระบุข้างต้น หากจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตาม กฎหมาย หรือเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน หรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจผู้เกี่ยวข้อง และ เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจหรือโดยชอบตามกฎหมาย
    5. กรณีที่บริษัทใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยขอความยินยอมจากท่าน บริษัทจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจนกว่าท่านจะแจ้งขอยกเลิกความยินยอม และเราดำเนินการตามคำขอของท่านเสร็จสิ้นแล้ว อย่างไรก็ดี เราจะยังเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นสำหรับบันทึกเป็นประวัติว่าท่านเคยยกเลิกความยินยอม เพื่อให้เราสามารถตอบสนองต่อคำขอของท่านในอนาคตได้
  9. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
    1. สิทธิในการเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านมีสิทธิเข้าถึงและได้รับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทมีอยู่ เว้นแต่กรณีที่บริษัทมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือกรณีที่คำขอของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
    2. สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านมีสิทธิขอให้บริษัททำการแก้ไข หรือปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน
    3. สิทธิในการขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทลบหรือทำลายข้อมูลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ เว้นแต่กรณีที่บริษัทจะมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในการปฏิเสธคำขอของท่าน
    4. สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในบางกรณี เช่น บริษัทอยู่ระหว่างการตรวจสอบคำขอใช้สิทธิแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือท่านขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลแทนการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป เนื่องจากท่านมีความจำเป็นต้องขอให้เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
    5. สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่บริษัทดำเนินการภายใต้ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรงหรือการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ เว้นแต่กรณีที่บริษัทมีเหตุในการปฏิเสธคำขอของท่านโดยชอบด้วยกฎหมาย (เช่น บริษัทสามารถแสดงให้เห็นว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายยิ่งกว่า หรือเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท)
    6. สิทธิในการขอรับหรือขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่บริษัทสามารถทำให้ข้อมูลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้โดยทั่วไปด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลภายนอก หรือขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้ส่งหรือโอนไปยังบุคคลภายนอก เว้นแต่บริษัทไม่สามารถทำได้โดยสภาพทางเทคนิค หรือบริษัทมีเหตุในการปฏิเสธคำขอของท่านโดยชอบด้วยกฎหมาย
    7. สิทธิในการขอถอนความยินยอม ท่านมีสิทธิขอถอนความยินยอมที่ท่านได้ให้ไว้กับบริษัทเมื่อใดก็ได้ ตามขั้นตอนและวิธีการที่บริษัทกำหนด เว้นแต่โดยสภาพไม่สามารถถอนความยินยอมได้ การถอนความยินยอมของท่านจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้ให้ความยินยอมไปแล้วโดยชอบ ก่อนการถอนความยินยอมดังกล่าว
    8. สิทธิในการร้องเรียน ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หากบริษัทกระทำการอันเป็นการไม่ปฏิบัติตามพรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  10. ช่องทางติดต่อบริษัท

    หากท่านต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกาศความเป็นส่วนตัวของบริษัท โปรดติดต่อบริษัทตามช่องทางดังต่อไปนี้

    บริษัท สมายด์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด
    ที่อยู่ : 926 อาคารโครงการ Block28
    ห้องเลขที่ C305 ซอยจุฬาฯ 7
    แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 103
    อีเมล : info@smartmathpro.co.th
    หมายเลขโทรศัพท์ : 089-201-6368
  11. การแก้ไขเปลี่ยนแปลง

    บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ทบทวน และปรับปรุงประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ตามสมควร กรณีที่มี การแก้ไขเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ บริษัทจะเผยแพร่ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับใหม่ผ่านทาง เว็บไซต์ของบริษัท (https://smartmathpro.com) โดยประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ทันทีใน วันที่ประกาศ

    ปัจจุบัน ประกาศความเป็นส่วนตัวถูกทบทวนครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2568

สำหรับบุคลากรบริษัทฯ สมายด์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด

บริษัท สมายด์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (“บริษัทฯ”) เคารพและให้ความสำคัญในสิทธิความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน และผู้ฝึกงาน (“ท่าน”)
และมีความรับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ที่อยู่ภายใต้ความดูแลของบริษัทฯ และมุ่งมั่นที่จะจัดการข้อมูลดังกล่าว ด้วยวิธีการที่มั่นคงปลอดภัยและน่าเชื่อถือ บริษัทฯ จึงได้จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับพนักงานฉบับนี้ (“ประกาศฯ”) เพื่ออธิบายวิธีการปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว ให้พนักงานทราบถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และการเปิดเผย (“การประมวลผลข้อมูล”) และวัตถุประสงค์ที่บริษัทฯได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมแจ้งสิทธิต่าง ๆ ของท่าน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

คำนิยาม
พนักงานผู้สมัครงานที่เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกให้เข้าทำสัญญาจ้างกับบริษัทฯ เพื่อทำงานให้แก่บริษัทฯในฐานะพนักงานประจำ พนักงานทดลองงาน พนักงานรายเดือน พนักงานชั่วคราว พนักงานรายวัน พนักงานที่อยู่ภายใต้การจ้างงานของผู้บริการจัดหางาน (Outsource) และพนักงาน (Part-Time) ที่เข้ามาทำงานให้บริษัทฯ นี้ แล้วแต่กรณี
ผู้ฝึกงานผู้สมัครเข้าฝึกงาน และนิสิตหรือนักศึกษาฝึกงานที่ได้รับคัดเลือก และประสงค์จะเข้าฝึกงานกับบริษัทฯ ในระหว่างกำลังศึกษา
ข้อมูลส่วนบุคคลข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดา ซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวความเชื่อในลัทธิศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลทางชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
  1. วัตถุประสงค์และฐานของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

    บริษัทฯ จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เฉพาะกรณีที่มีฐานทางกฎหมายให้อำนาจไว้ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น ได้แก่ เพื่อการดำเนินการตามภาระหน้าที่ตามกฎหมาย การปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านได้ทำไว้กับบริษัทฯ เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ การดำเนินการตามความยินยอมของท่าน และ/หรือภายใต้ฐานทางกฎหมายอื่น ๆ โดยมีวัตถุประสงค์ในการ เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของบริษัทฯ ดังต่อไปนี้

    1. ฐานภาระหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัทฯ ได้แก่
      1. เพื่อรายงานข้อมูลต่อกรมสรรพากร หน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานกำกับดูแล เช่น กระทรวงแรงงาน สำนักงานประกันสังคม กรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงาน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
      2. เพื่อปฏิบัติตามคำสั่งของผู้มีอำนาจ เช่น คำสั่งศาล คำสั่งของหน่วยงานรัฐ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือเมื่อได้รับหมายเรียกหมายอายัด จากหน่วยงานราชการ หรือศาล
      3. เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ และคำสั่งของผู้ที่มีอำนาจตามกฎหมาย เช่น กฎหมายว่าด้วยเรื่องคุ้มครองแรงงาน แรงงานสัมพันธ์ ประกันสังคม ความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน การประกอบอาชีพ และโรคจากสิ่งแวดล้อม การควบคุมโรคติดต่อ และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
      4. เพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550
    2. ฐานการปฏิบัติตามสัญญา ได้แก่
      1. เพื่อประโยชน์ในการติดต่อสื่อสาร
      2. เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอในการสมัครงาน และพิจารณาคุณสมบัติเพื่อการจ้างงาน ตามระเบียบบริหารทรัพยากรบุคคลของบริษัทฯ
      3. เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของพนักงาน เช่น การจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ มือถือ การสร้างอีเมล
      4. เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการเรื่อง ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าเดินทาง รวมถึง ผลประโยชน์ต่าง ๆ ให้กับพนักงาน
    3. ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ ได้แก่
      1. เพื่อรักษาความปลอดภัย เช่น บันทึกภาพ CCTV ในบริเวณสถานที่ของบริษัทฯ
      2. เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลวิจัยสถิติสำรวจความคิดเห็นการจัดกิจกรรม หรือเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อประโยชน์ และการพัฒนาองค์กร หรือพัฒนางานด้านทรัพยากรบุคคลของบริษัทฯ
      3. เพื่อส่งข้อมูลพนักงานให้ผู้ให้บริการภายนอก เพื่อจัดทำเงินเดือน
      4. เพื่อประกาศพนักงานใหม่ ประกาศรายชื่อพนักงานและข้อมูลการติดต่อ
    4. ฐานความยินยอม ได้แก่
      1. เพื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (เฉพาะบางตำแหน่งที่บริษัทฯ กำหนด)
      2. เพื่อประโยชน์ในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เช่น การถ่ายภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ในงานเลี้ยงปีใหม่ งานสังสรรค์ งานท่องเที่ยวประจำปี และกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้น เพื่อใช้ในการทำคอนเทนต์และสื่อสารบนช่องทางโซเชียลมีเดียหรือเว็บไซต์ของบริษัทฯ
      3. เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลอ่อนไหวของพนักงาน เช่น ภาพจำลองใบหน้า เพื่อบันทึกการเข้า- ออกสถานที่ทำงาน

    ทั้งนี้ หากท่านไม่ประสงค์ที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแก่บริษัท อาจมีผลกระทบทางกฎหมาย หรืออาจทำให้บริษัทไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่หรือไม่สามารถให้สิทธิภายใต้สัญญาที่ได้เข้าทำกับท่าน หรือไม่สามารถเข้าทำสัญญากับท่านได้ (แล้วแต่กรณี) ในกรณีดังกล่าว บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องปฏิเสธการเข้าทำสัญญากับท่าน หรือการให้สิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับท่าน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

    ในกรณีที่บริษัทฯ จะดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในลักษณะ และ/หรือเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่กำหนด บริษัทฯ จะจัดให้มีประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติม และ/หรือแจ้งไปยังท่านเพื่ออธิบายการประมวลผลข้อมูลในลักษณะดังกล่าว โดยท่านควรอ่านประกาศเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องร่วมกับประกาศฯ ฉบับนี้ และ/หรือหนังสือดังกล่าว (แล้วแต่กรณี)

  2. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม

    บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลของท่านโดยการขอข้อมูลจากท่านโดยตรง ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบเอกสารหรือ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยอาจให้ท่านกรอกข้อมูลลงในเอกสารที่บริษัทฯ จัดเตรียมไว้ หรือกรอกข้อมูลลงในแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ทางบริษัทฯ ได้กำหนด และ/หรือวิธีอื่นใด อย่างไรก็ตาม ด้วยลักษณะของกิจกรรมบริษัทฯ จำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลของท่านบางประการ ซึ่งอาจเป็นข้อมูลที่บริษัทฯ ได้รับจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากท่านโดยตรง ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ จัดเก็บจากท่านอาจแตกต่างกันแล้วแต่กรณี และลักษณะของกิจกรรมที่บริษัทฯ จำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

    1. ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น คำนำหน้าชื่อ ชื่อ ชื่อกลาง นามสกุล ชื่อเล่น เพศ วัน เดือน ปีเกิด อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง รูปถ่าย ลายมือชื่อ ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษา เลขบัตรประชาชน สัญชาติ เชื้อชาติ ศาสนา สถานภาพสมรส สถานภาพทางทหาร ข้อมูลบุคคลในครอบครัว (เช่น บิดา มารดา คู่สมรส และบุตร) ผลตรวจสุขภาพ ผลตรวจ COVID-19 ข้อมูลการแพ้อาหารและยา ข้อมูลทางชีวภาพ
    2. ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่อาศัย หมายเลขโทรศัพท์ โทรสาร อีเมล ข้อมูลผู้ที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน ข้อมูลบุคคลอ้างอิง ไอดีผู้ใช้สำหรับไลน์แอปพลิเคชัน (LINE ID) ข้อมูลในเฟซบุ๊กที่ตั้งค่าเป็นสาธารณะ อินสตราแกรม และข้อมูลอื่น ๆ ที่มีลักษณะเดียวกัน
    3. ข้อมูลเกี่ยวกับศึกษา การฝึกอบรม เช่น ประวัติการศึกษา ชื่อสถาบัน คณะ สาขาวิชา ปีที่จบการศึกษา ผลการศึกษา ผลการทดสอบ ประวัติการฝึกอบรม หรือฝึกงาน ใบรับรองคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ระบุในใบสมัครงาน ความสามารถและการพัฒนาศักยภาพ และคุณสมบัติอื่น ๆ ของท่าน คุณสมบัติ ด้านวิชาชีพ ความสามารถทางด้านภาษา และความสามารถอื่น ๆ
    4. ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานก่อนหน้า เช่น ประวัติการทำงาน ประสบการณ์การทำงาน ซึ่งรวมถึง ตำแหน่ง เงินเดือน ผลการประเมินการทำงาน
    5. ข้อมูลเกี่ยวกับการสมัครงาน เช่น ประวัติส่วนตัว ประวัติการทำงาน จดหมายสมัครงาน ข้อมูล ตามเอกสารที่ท่านส่งมอบให้แก่บริษัทฯ เช่น ข้อมูลที่ปรากฏใน Resume Curriculum Vitae (CV) เงินเดือนที่คาดหวัง ข้อมูลการสัมภาษณ์งาน วิดีโอการแนะนำตัว ข้อมูลที่ท่านแจ้งแก่บริษัทฯ ในระหว่างการสัมภาษณ์งาน หลักฐานหรือหนังสืออ้างอิงต่าง ๆ และข้อมูลที่ปรากฏในแบบประเมิน ผลการสัมภาษณ์ ข้อมูลอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการสรรหาและคัดเลือก เช่น ผลการประเมิน ความรู้และ ประสบการณ์ คุณลักษณะ ส่วนบุคคล การทำงานกับผู้อื่น และเอกสารใบรับรองที่ประกอบการพิจารณา เป็นต้น
    6. ข้อมูลที่ใช้ประกอบเป็นหลักฐานในการสมัครงานหรือทำนิติกรรม เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาใบเปลี่ยนชื่อนามสกุล สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาใบสำคัญ การเกณฑ์ทหาร สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร ใบอนุญาตทำงาน ใบขับขี่ สมุดทะเบียนรถยนต์ และสิ่งที่สามารถระบุตัวตนอื่น เช่น ใบอนุญาตผู้สอบบัญชี และใบอนุญาตทนายความ ใบอนุญาตอื่นใดที่เกี่ยวกับตำแหน่งงานของท่าน แบบระบุนามผู้รับผลประโยชน์ แบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน หนังสือยินยอม ให้สอบประวัติบุคคล รายงานผลการตรวจสอบ ประวัติบุคคล หนังสือค้ำประกันการทำงาน และเอกสารที่มีชื่อผู้ค้ำประกันการทำงาน
    7. ข้อมูลในระหว่างปฏิบัติงาน เช่น รหัสพนักงาน ตำแหน่ง แผนก สังกัด การประเมินผลการปฏิบัติงาน พฤติกรรมในการทำงาน ผลงาน และ/หรือรางวัลที่ได้รับ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา การดูแลสิทธิประโยชน์สวัสดิการ ข้อมูลการฝึกอบรม ข้อมูลการลงโทษทางวินัย ข้อมูลที่ปรากฏ ในหนังสือโอนย้ายบุคลากร สัญญายืมตัวบุคลากร ข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรมกับบริษัทฯ เป้าหมาย การทำงาน ข้อมูลเกี่ยวกับความประพฤติหรือวินัยการทำงาน ใบลาออกและเหตุผลที่ลาออก สาเหตุการพ้นสภาพการเป็นพนักงาน
    8. ข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย เช่น การบันทึกการใช้ระบบต่าง ๆ ของบริษัทฯ ข้อมูล เกี่ยวกับการเข้าออกสถานที่ทำงาน ข้อมูลเกี่ยวกับการแจ้งอุบัติเหตุ และความปลอดภัยในที่ทำงาน ข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางเพื่อการปฏิบัติงาน หรือที่เกี่ยวเนื่องกับหน้าที่การงาน
    9. ข้อมูลเกี่ยวกับผลประโยชน์และค่าตอบแทน เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง ผลตอบแทน โบนัส รายละเอียดเกี่ยวกับค่าบำเหน็จ สวัสดิการ เลขบัญชีธนาคาร หนังสือยินยอมให้หักเงินเดือน ข้อมูลของผู้รับผลประโยชน์ ข้อมูลเกี่ยวกับการประกันสังคม ข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ข้อมูลด้านภาษีอากรและการหักลดหย่อนภาษี ข้อมูลสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับสุขภาพ และ/หรือผลประโยชน์อื่น ๆ ข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏในใบรับรองแพทย์ รายงานสุขภาพประจำปี แบบแจ้ง การลาคลอด แบบการเรียกค่าสินไหมทดแทน (สำหรับการประกันอุบัติเหตุและประกันชีวิต)
    10. ข้อมูลเกี่ยวกับสถิติทางทะเบียน เช่น วันที่เริ่มงาน วันครบกำหนดทดลองงาน วันและเวลาที่เข้าทำงาน จำนวนชั่วโมงที่ทำงาน จำนวนชั่วโมงที่ทำงานล่วงเวลา วันหยุดพักผ่อนประจำปี วันลา แบบแจ้งการลา รายละเอียดการลา รวมถึงสาเหตุการลา
    11. ข้อมูลที่ได้จากแบบทดสอบต่าง ๆ เช่น คะแนนจากแบบทดสอบปฐมนิเทศ นิสัย พฤติกรรม ทัศนคติ ความถนัด ทักษะ ภาวะความเป็นผู้นำ ความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ความฉลาดทางอารมณ์ ความมีวินัย หรือลักษณะอื่น ๆ ซึ่งอาจได้มาจากการสังเกต และวิเคราะห์ของบริษัทฯ ในระหว่างที่ท่านเข้าร่วมกิจกรรมกับบริษัทฯ
    12. ข้อมูลด้านเทคนิค เช่น ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log) หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ (IP Address) และข้อมูลที่บริษัทฯ ได้เก็บรวบรวมผ่านคุกกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายคลึงกัน รวมถึงข้อมูลการสื่อสาร และการใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และอีเมล อุปกรณ์สื่อสารของบริษัทฯ ในระหว่างปฏิบัติงาน
    13. ข้อมูลอื่น ๆ เช่น เสียง ภาพนิ่ง และ/หรือภาพเคลื่อนไหวที่ได้จากกล้องวงจรปิด รวมถึง ข้อมูลอื่นใดที่ได้จากการเข้าร่วมกิจกรรมหรือแคมเปญต่าง ๆ ที่บริษัทฯ
    14. ข้อมูลบุคคลภายนอกที่ท่านให้ไว้หรือข้อมูลที่บริษัทฯ ได้จากบุคคลภายนอก เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นซึ่งท่านรับรองต่อบริษัทฯ ว่าท่านได้รับความยินยอมจากบุคคลดังกล่าวให้เปิดเผยข้อมูลแก่บริษัทฯ รวมถึงยินยอมให้บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลนั้น เพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในประกาศฯ ฉบับนี้ ได้แก่ ชื่อ นามสกุล อาชีพ สถานที่ทำงาน และหมายเลขโทรศัพท์ของคู่สมรส บุตร บิดา มารดา หรือบุคคลในครอบครัวที่บริษัทฯสามารถติดต่อในกรณีฉุกเฉิน หรือบุคคลที่ท่านอ้างอิงเพื่อการตรวจสอบ และรับรองการทำงาน และ/หรือผู้ค้ำประกันการทำงาน รวมถึงข้อมูลที่บุคคลภายนอกให้ไว้เกี่ยวกับรายละเอียดพฤติกรรม เกี่ยวกับพนักงานหรือผู้ฝึกงาน
    15. ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่ได้รับความยินยอมในระหว่างปฏิบัติงาน เช่น ข้อมูลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้แก่บริษัทฯ ในระหว่างการปฏิบัติงาน หรือระหว่างที่ท่านเข้าร่วมกิจกรรมกับบริษัทฯ
  3. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว
    1. บริษัทฯ ไม่มีความประสงค์ที่จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของท่าน เว้นแต่ในกรณีที่มีความจำเป็น หรือได้รับความยินยอมจากท่านโดยชัดแจ้ง ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวอาจประกอบด้วย เช่น
      1. การตรวจสอบประวัติอาชญากรรม เพื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของพนักงาน จากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (เฉพาะสำหรับบางตำแหน่งที่บริษัทฯ กำหนด)
      2. การเก็บข้อมูลด้านสุขภาพ เพื่อจัดสวัสดิการและดูแลความปลอดภัยของพนักงาน เช่น ข้อมูลการแพ้อาหารและยา ผลการตรวจสุขภาพ ผลการตรวจ COVID-19
      3. การเก็บข้อมูลชีวภาพ (Biometric Data) เพื่อใช้บันทึกการเข้า-ออกสถานที่ทำงาน เช่น ภาพจำลองใบหน้า
      4. การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาและทักษะ เพื่อใช้ในการประเมินความเหมาะสมของตำแหน่งงานและการพัฒนาศักยภาพของพนักงาน เช่น ข้อมูลวุฒิการศึกษา ใบประกาศนียบัตร และทักษะที่เกี่ยวข้องกับงาน
      5. การเก็บข้อมูลการทำงานและประวัติการจ้างงาน เพื่อประเมินความสามารถ ประสบการณ์ และการพิจารณาตำแหน่งงาน เช่น ประวัติการทำงาน รวมถึงข้อมูลตำแหน่งงานที่ผ่านมา
      6. การเก็บข้อมูลการเงินและบัญชีธนาคาร เพื่อใช้ในการบริหารการจ่ายเงินเดือนและผลประโยชน์
      7. การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับผู้ติดต่อในกรณีฉุกเฉิน เพื่อความปลอดภัยและการดูแลในกรณีเหตุฉุกเฉิน ได้แก่ ชื่อและเบอร์ติดต่อของบุคคลที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน
      8. การเก็บข้อมูลการใช้ IT และทรัพย์สินของบริษัทฯ เพื่อปกป้องข้อมูลของบริษัทและดูแลการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม เช่น ข้อมูลการใช้อุปกรณ์ IT เช่น คอมพิวเตอร์ อีเมล และระบบเครือข่าย
      9. การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับภาษีและเอกสารกฎหมาย เพื่อการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายและการรายงานภาษี เช่น สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
    2. ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวปรากฏอยู่ในเอกสาร เช่น บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน หรือเอกสารอื่นใดที่ท่านส่งมอบให้บริษัทฯ ท่านสามารถขีดฆ่าหรือปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวดังกล่าวได้ ก่อนส่งมอบเอกสารให้บริษัทฯ หากท่านมิได้ดำเนินการปกปิด บริษัทฯ ถือว่าท่านได้ให้ความยินยอมโดยชัดแจ้งให้บริษัทฯ จัดการข้อมูลเหล่านี้ โดยวิธีการที่เหมาะสม เช่น การปกปิดข้อมูลอ่อนไหว หรือจัดเก็บเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารยืนยันตัวตนของท่าน ในกรณีที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว บริษัทฯจะดำเนินการตามมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสม และปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 อย่างเคร่งครัด
    3. ในกรณีที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว บริษัทฯ จะดำเนินการตามมาตรการ คุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสม และปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 อย่างเคร่งครัด

  4. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

    บริษัทฯ เก็บรวบรวมและรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

    1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับบริษัทฯ โดยตรง

      บริษัทฯ เก็บรวบรวมและรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยได้รับจากท่านโดยตรง ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบเอกสาร หรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรืออาจให้ท่านกรอกข้อมูลลงในเอกสารที่บริษัทฯ จัดเตรียมไว้ หรือกรอกข้อมูลลงในแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ทางบริษัทฯ ได้กำหนด หรือการ walk-in สมัครงานหรือสมัครฝึกงาน หรือการสมัครที่บูธสมัครงาน Job Fair Roadshow หรือการสมัครงานผ่านเว็บไซต์ของบริษัทฯ ข้อมูลที่ได้จากการโต้ตอบทางโทรศัพท์ และข้อมูลที่ได้จากหรือเกี่ยวข้องกับกระบวนการรับสมัคร รวมถึงกรณีที่ท่านเข้าสัมภาษณ์งานเข้าทำสัญญากับบริษัทฯ และส่งมอบเอกสารต่าง ๆ ซึ่งมีข้อมูลส่วนบุคคลของท่านปรากฏอยู่มาให้กับบริษัทฯ

    2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ได้รับมาจากบุคคลภายนอก

      บริษัทฯ อาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาจากบุคคลที่สาม และ/หรือบุคคลอื่นใดที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูล หรือผู้ประมวลผลข้อมูล โดยบริษัทฯ เชื่อโดยสุจริตว่าบุคคลเหล่านั้น เป็นผู้มีสิทธิประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และมีสิทธิเปิดเผยให้แก่บริษัทฯ ได้ ซึ่งอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการได้รับข้อมูลมาจากช่องทางดังนี้

      1. สื่อสังคมออนไลน์ แหล่งข้อมูลโซเชียลมีเดีย หรือแหล่งข้อมูลสาธารณะอื่น แพลตฟอร์มออนไลน์ของบุคคลที่สาม เว็บไซต์สมัครงาน เช่น JobsDB, JobThai, LinkedIn ฯลฯ
      2. บริษัทฯ จัดหางาน หน่วยงานของรัฐ สถานศึกษา รวมถึงบุคคลใด ๆ ที่ดำเนินการในนาม ของหน่วยงานเหล่านั้น
      3. ข้อมูลที่ได้จากการโต้ตอบทางโทรศัพท์ และข้อมูลที่ได้จากหรือเกี่ยวข้องกับกระบวนการรับสมัคร
      4. ในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านจะได้รับการแจ้งถึงรายละเอียดต่าง ๆ ตามที่ระบุในประกาศฯ ฉบับนี้ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะวัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมาย ในการรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือหากเป็นกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กำหนดให้การประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลใดต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทฯ จะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน
      5. ในกรณีที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ก่อนวันที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไป ตามวัตถุประสงค์เดิมที่บริษัทฯ ได้แจ้งไว้แก่ท่าน ซึ่งท่านมีสิทธิยกเลิกความยินยอม โดยติดต่อมายังบริษัทฯ ตามรายละเอียดการติดต่อที่ระบุไว้ในประกาศฯ ฉบับนี้ ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาคำขอยกเลิกความยินยอมของท่าน และดำเนินการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
    3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมจากท่านโดยอัตโนมัติ

      บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมและใช้คุกกี้ (Cookies) รวมถึงเทคโนโลยีอื่นในลักษณะเดียวกันในเว็บไซต์ที่อยู่ภายใต้ความดูแลของบริษัทฯ หรือบนอุปกรณ์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ เพื่อการดำเนินการด้านความปลอดภัยในการให้บริการของบริษัทฯ และให้ผู้ใช้งานได้รับความสะดวกและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานบริการของบริษัทฯ โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปเพื่อปรับปรุงเว็บไซต์ของบริษัทฯ ให้ตรงกับความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น โดยท่านสามารถตั้งค่า หรือลบการใช้งานคุกกี้ได้ด้วยตนเองจากการตั้งค่าในเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser)

  5. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

    บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานต่าง ๆ โดยอยู่ภายใต้วัตถุประสงค์ที่ชัดเจนและตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ระบุในประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

    1. บุคลากรภายในของบริษัทฯ: บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่ผู้บริหาร กรรมการ พนักงาน ลูกจ้าง และ/หรือบุคลากรภายในบริษัทฯ เท่าที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการปฏิบัติงาน และการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กำหนดไว้
    2. บุคคลภายนอก (Third Parties): บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บุคคลภายนอก หรือองค์กรอื่น ๆ ที่ไม่ใช่บริษัทฯ ในกลุ่มของเรา (“บุคคลภายนอก”) เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ และการให้บริการแก่พนักงาน โดยบุคคลเหล่านี้อาจรวมถึงผู้ให้บริการด้านการสรรหา และคัดเลือกบุคลากร ผู้ให้บริการด้านการจ้างงาน ผู้ให้บริการด้านความปลอดภัย ผู้ให้บริการตรวจสอบประวัติ และการทดสอบคุณสมบัติและความสามารถ ผู้ให้บริการด้านระบบสารสนเทศ บริษัทประกันชีวิต โรงพยาบาล สถาบันการเงิน คู่ธุรกิจ ผู้พัฒนาระบบสารสนเทศ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรที่มีอำนาจทางกฎหมายที่ร้องขอให้เปิดเผยข้อมูล และเพื่อประโยชน์ในการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือยกขึ้นสู้ซึ่งสิทธิเรียกร้องของบริษัทฯ ในขั้นตอนต่าง ๆ ตามกฎหมาย เพื่อให้บริษัทฯ สามารถดำเนินธุรกิจและบรรลุวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
      บริษัทฯ จะกำหนดให้บุคคลหรือองค์กรที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากบริษัทฯ ดำเนินมาตรการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างเหมาะสม รวมถึงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ และจะดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจโดยมิชอบ และปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายกำหนด โดยในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทฯ จะดำเนินการขอความยินยอมจากท่านก่อนดำเนินการเปิดเผยข้อมูลในทุกกรณี
  6. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ
    1. บริษัทฯ อาจเก็บข้อมูลของท่านบนคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ หรือคลาวด์ที่ให้บริการโดยบุคคลภายนอก และอาจใช้โปรแกรมหรือแอปพลิเคชันของบุคคลภายนอก ในลักษณะของการให้บริการซอฟต์แวร์สำเร็จรูปหรือแพลตฟอร์มสำเร็จรูป เพื่อประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ทั้งนี้ บริษัทฯ จะกำหนดให้บุคคลหรือผู้ให้บริการดังกล่าว มีมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลในระดับที่เหมาะสมและเป็นไปตามข้อกำหนด ของกฎหมาย และห้ามมิให้บุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งบริษัทฯ จะตรวจสอบและประเมิน มาตรการด้านความปลอดภัย ของผู้ให้บริการดังกล่าวเป็นระยะ
    2. ในกรณีที่บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ บริษัทฯ จะดำเนินการภายใต้หลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้:
      1. บริษัทฯ จะปฏิบัติตามข้อกำหนดของ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลมีความปลอดภัยและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
      2. บริษัทฯ จะทำการตรวจสอบว่าประเทศปลายทางมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ และสอดคล้องกับมาตรฐานกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย
      3. หากประเทศปลายทางไม่มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ บริษัทฯ จะดำเนินการแจ้งขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านก่อนการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมแจ้งให้ท่านทราบถึงความเสี่ยง ที่อาจเกิดขึ้นจากการส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปยังประเทศปลายทางดังกล่าว
      4. บริษัทฯ จะใช้มาตรการป้องกันเพิ่มเติม เช่น การทำข้อตกลงการโอนข้อมูลส่วนบุคคล (Data Transfer Agreement) หรือการดำเนินมาตรการอื่นที่กฎหมายกำหนด เพื่อคุ้มครองสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
  7. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

    บริษัทฯ จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่มีความจำเป็น เพื่อวัตถุประสงค์ของการประมวลผลตามที่ระบุในประกาศฯ ฉบับนี้ ดังนี้

    1. บริษัทฯ จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานโดยมีกำหนดระยะเวลา 2 ปี นับถัดจากปีที่สิ้นสุดสัญญาจ้าง
    2. บริษัทฯ จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ฝึกงานโดยมีกำหนดระยะเวลา 2 ปี นับถัดจากปีที่สิ้นสุดการฝึกงาน
    3. กรณีอื่น ๆ บริษัทฯ อาจจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็นตามสมควร เพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ของบริษัทฯ และเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ กรณีที่ไม่สามารถ กำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลได้ชัดเจน บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลไว้ตามระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐานของการเก็บรวบรวม (เช่น อายุความ ตามกฎหมายทั่วไปสูงสุด 10 ปี) ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการทางศาล ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกจัดเก็บไว้จนกว่าจะสิ้นสุดการดำเนินการดังกล่าว รวมถึงระยะเวลาใด ๆ ในการดำเนินการที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ จากนั้นข้อมูลของท่านจะถูกลบหรือเก็บตามที่กฎหมายอนุญาต
    4. เมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนดแล้ว บริษัทฯ จะดำเนินการลบ ทำลาย ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ หรือดำเนินการอื่นใด ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด เพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลบางอย่างไว้นานกว่าที่ระบุข้างต้น หากจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานหรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจผู้เกี่ยวข้อง และเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ หรือโดยชอบตามกฎหมาย
    5. กรณีที่บริษัทฯ ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยอาศัยความยินยอมจากท่าน บริษัทฯ จะดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจนกว่าท่านจะแจ้งความประสงค์ในการยกเลิกความยินยอม และบริษัทฯ ดำเนินการตามคำขอของท่านเสร็จสิ้น อย่างไรก็ดี บริษัทฯ อาจยังคงเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็น เพื่อบันทึกเป็นประวัติการยกเลิกความยินยอมของท่าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการตอบสนองต่อคำขอในอนาคต หรือเพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  8. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

    ในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดังต่อไปนี้ และสามารถใช้สิทธิดังต่อไปนี้ ภายใต้หลังเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ หากท่านประสงค์ที่จะขอใช้สิทธิของท่าน ท่านสามารถติดต่อมายังบริษัทฯ ตามรายละเอียดการติดต่อที่ระบุในท้ายประกาศฯ ฉบับนี้

    1. สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิเข้าถึงและได้รับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย เว้นแต่กรณีที่บริษัทฯ มีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านตามกฎหมาย หรือคำสั่งของศาล หรือกรณีที่คำขอของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
    2. สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ทำการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้องเป็นปัจจุบันและสมบูรณ์ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดหรือผลกระทบที่อาจเกิดจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง
    3. สิทธิในการขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวตนได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ เมื่อข้อมูลนั้นหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ สำหรับวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล หรือในกรณีที่ท่านถอนความยินยอม หรือใช้สิทธิคัดค้าน เว้นแต่บริษัทฯ มีเหตุจำเป็นอันชอบ ด้วยกฎหมายในการเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าว
    4. สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในบางกรณี เช่น เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็น เมื่อท่านใช้สิทธิคัดค้าน หรือในระหว่างที่บริษัทฯ กำลังพิจารณาคำขอแก้ไขหรือลบข้อมูลส่วนบุคคล
    5. สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิคัดค้าน การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ ในกรณีที่บริษัทฯ ดำเนินการภายใต้ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเพื่อการตลาดแบบตรง หรือเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษา วิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ เว้นแต่บริษัทฯ สามารถแสดงให้เห็นว่ามีเหตุจำเป็นอันชอบด้วยกฎหมายในการดำเนินการต่อไป
    6. สิทธิในการขอถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในรูปแบบที่สามารถอ่าน หรือใช้งานได้โดยทั่วไปด้วยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อัตโนมัติ สิทธิขอให้บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าว ไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ส่งหรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิคหรือเหตุผลทางกฎหมายในการปฏิเสธ ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านข้างต้นต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทฯ หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯจำเป็นต้องประมวลผล เพื่อให้ท่านสามารถใช้บริการของบริษัทฯ ได้ตามความประสงค์ ซึ่งท่านเป็นคู่สัญญาอยู่กับบริษัทฯ หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนใช้บริการ หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอื่นตามที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายกำหนด
    7. สิทธิในการขอถอนความยินยอม ท่านมีสิทธิขอถอนความยินยอมที่ท่านได้ให้ไว้กับบริษัทฯ เมื่อใดก็ได้ โดยการแจ้งตามขั้นตอนที่บริษัทฯ กำหนด อย่างไรก็ตาม การเพิกถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้แล้วโดยชอบ เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมาย หรือโดยสภาพไม่สามารถถอนความยินยอมได้ หรือมีสัญญาระหว่างท่านกับบริษัทฯ ที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่ หรืออาจส่งผลให้บริษัทฯ ไม่สามารถดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์บางส่วนหรือทั้งหมดตามที่ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้ได้
    8. สิทธิในการร้องเรียน ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อบริษัทฯ ผ่าน แบบฟอร์มร้องเรียนการประมวลผลข้อมูล หรือโปรดติดต่อบริษัทฯ โดยใช้รายละเอียดการติดต่อที่ระบุในส่วนท้ายของประกาศฯ ฉบับนี้ ทั้งนี้ ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากบริษัทฯ ไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
  9. วิธีการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล
    1. การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านจะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งบริษัทฯ ได้จัดให้มีขึ้นในเว็บไซต์ของบริษัทฯ หรือกรอกข้อมูลผ่านแบบฟอร์มคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บริษัทฯ จะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุด ที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลา 30 วัน นับแต่ได้รับคำร้อง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่าน ในกรณีที่มีข้อยกเว้นตามกฎหมาย หรือบริษัทฯ จะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาได้ หรือมีผลกระทบกับการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา หรือเป็นการปฏิเสธตามคำสั่งศาล หรือหากบริษัทฯ ดำเนินการตามคำขอของท่านอาจส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น โดยบริษัทฯ จะดำเนินการบันทึกการปฏิเสธคำร้องขอพร้อมด้วยเหตุผลไว้ ทั้งนี้ หากปรากฏอย่างชัดเจนว่า คำร้องขอของท่านเป็นคำร้องขอที่ไม่สมเหตุสมผล บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดำเนินการตามที่ท่านร้องขอในอัตราที่บริษัทฯ กำหนด
    2. บริษัทฯ จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่ออำนวยความสะดวก และดำเนินการตามคำร้องขอของท่าน เว้นแต่จะปรากฏข้อเท็จจริงว่าคำร้องขอนั้นเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น หรือเป็นการขัดต่อกฎหมาย หรือนโยบายความปลอดภัยของระบบ หรือกรณีที่เป็นการพ้นวิสัยในทางปฏิบัติตามคำร้องขอเนื่องมาจากเหตุทางเทคนิค
    3. บริษัทฯ อาจมีการขอให้ท่านพิสูจน์ตัวตนของท่านก่อนการใช้สิทธิ เพื่อความปลอดภัยของท่านเอง โดยบางกรอาจเกิดข้อจำกัดในการขอใช้สิทธิของท่านบางประการ ซึ่งบริษัทฯ จะทำการชี้แจงให้ทราบ หากไม่สามารถปฏิบัติตามคำร้องขอใช้สิทธิของท่านได้
    4. บริษัทฯ มีสิทธิปฏิเสธการใช้สิทธิของท่าน ในกรณีที่ท่านใช้สิทธิโต้แย้งหรือขอระงับการใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่าน และขอให้ดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่านได้ หากเป็นกรณีที่บริษัทฯ ทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามฐานการปฏิบัติตามสัญญา หรือฐานเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือฐานการปฏิบัติหน้าที่ ตามกฎหมาย และหากบริษัทฯ มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บข้อมูลต่อไป
    5. บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องแจ้งให้ทราบว่าการขอใช้สิทธิของท่านบางประการ อาจเกิดข้อจำกัดในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นข้อมูลที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อบริษัทฯ ในการปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย และการรักษาความปลอดภัยของบริษัทฯ และบริเวณรอบข้าง
  10. ข้อมูลที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก

    หากท่านให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลภายนอกใด ๆ เช่น คู่สมรส บุตร บิดา มารดา บุคคลในครอบครัวผู้รับผลประโยชน์ บุคคลที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน บุคคลอ้างอิง และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องซึ่งท่านรับรองว่าท่านมีอำนาจที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าว และมีหน้าที่ให้บุคคลดังกล่าวอนุญาต ให้บริษัทฯ ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวตามประกาศฯ ฉบับนี้ได้ อีกทั้ง ท่านต้องรับผิดชอบในการแจ้งให้บุคคลดังกล่าวทราบ และขอรับความยินยอมจากบุคคลดังกล่าวที่เกี่ยวข้อง

  11. มาตรการการรักษาความปลอดภัย

    บริษัทฯ กำหนดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีอำนาจหรือโดยขัดต่อกฎหมาย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและวิธีปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของบริษัทฯ และนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy)

  12. ช่องทางติดต่อบริษัทฯ

    หากท่านต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกาศความเป็นส่วนตัวของบริษัทฯ โปรดติดต่อบริษัทฯ ตามช่องทางดังต่อไปนี้

    บริษัทฯ สมายด์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด

    ที่อยู่ : เลขที่ 926 อาคารโครงการ Block28 อาคาร C ชั้น 3 ห้อง C305 ซอยจุฬา 7 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

    อีเมล : info@smile-education.co.th

    หมายเลขโทรศัพท์ : 02-078-0536

  13. การแก้ไขเปลี่ยนแปลง

    บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ทบทวน และปรับปรุงประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ตามสมควร โดยมิต้องแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ ในกรณีที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ บริษัทฯ จะเผยแพร่ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับใหม่ ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ ( https://smartmathpro.com ) โดยประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ทันทีในวันที่ประกาศ

ประกาศ ณ วันที่ 31 มกราคม 2568

สำหรับลูกค้า และผู้รับบริการบริษัทฯ สมายด์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด

บริษัทฯ สมายด์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (“เรา”) เคารพและให้ความสำคัญในสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับ

ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า และผู้รับบริการ (“ท่าน”) โดยจะรับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้มอบให้แก่เราด้วยความไว้วางใจ และมุ่งมั่นที่จะจัดการข้อมูลดังกล่าวด้วยวิธีการที่มั่นคงปลอดภัยและน่าเชื่อถือ เราจึงได้จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับฉบับนี้ (“ประกาศฯ”) เพื่ออธิบายวิธีการปฏิบัติและวัตถุประสงค์ในเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย (“ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว

อย่างไรก็ตาม เราจะดำเนินการตามมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสม และปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 อย่างเคร่งครัด

  1. เราเก็บข้อมูลส่วนบุคคลใดบ้าง

    เราจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นเพื่อใช้ในการให้บริการแก่ท่าน ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบเอกสาร หรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยอาจให้ท่านกรอกข้อมูลลงในเอกสารที่เราจัดเตรียมไว้ หรือกรอกข้อมูลลงในแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ทางเราได้กำหนด และ/หรือวิธีอื่นใด ซึ่งได้แก่ข้อมูล ดังนี้

    1. ข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลที่ใช้ประกอบเป็นหลักฐานในการสมัครเรียน เช่น ข้อมูลที่ได้รับจากการยืนยันตัวตน ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ คณะที่ท่านอยากเข้า มหาลัยฯ ที่ท่านอยากเข้า สายการเรียน ข้อมูลโรงเรียนที่ศึกษาอยู่ และข้อมูลระดับการศึกษา รวมไปถึง Line ID Instragram เบอร์โทรศัพท์ และอีเมล
    2. ข้อมูลการติดต่อ เช่น อีเมล เบอร์โทรศัพท์ รวมถึงรายชื่อบัญชีผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีย เช่น โปรไฟล์เฟสบุ๊ก ไลน์ไอดี ทวิตเตอร์ อินสตราแกรม เป็นต้น
    3. ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงิน สำหรับการแจ้งชำระเงิน และการคืนเงิน เช่น ชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ สลิปโอนเงิน วันและเวลาที่โอนเงิน เลขบัญชีการโอนเงินที่เป็นเลขเดียวกับสลิปโอนเงิน
    4. ข้อมูลประวัติการใช้งานบนเว็บไซต์ เช่น ข้อมูลการเรียกดู ข้อมูลการขอใช้บริการ การตอบสนองต่อการโฆษณาของเรา รวมถึง เนื้อหาที่ท่านเข้าชม ลิงก์ที่กดเข้าชมฟีเจอร์ที่ท่านใช้
    5. ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเรียน เช่น ข้อมูลการเข้าเรียน ข้อมูลรายวิชาที่เรียน ข้อมูลการตอบคำถาม ข้อมูลคะแนนสอบ ประวัติการอบรม ผลการอบรม และ/หรือเอกสารอื่นใดที่เราออกให้เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการอบรม และ/หรือการสอบ เป็นต้น
    6. ข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรม และข้อมูลที่กรอกบนแพลตฟอร์มที่เราได้กำหนดไว้ เช่น การลงทะเบียนเข้าร่วมแคมเปญต่าง ๆ การลงทะเบียนรับเอกสาร และ/หรือคลังข้อสอบ ข้อมูลที่ได้จากแบบทดสอบต่าง ๆ แบบสำรวจ แบบสอบถาม MBTI แบบประเมินความพึงพอใจ ข้อเสนอแนะและข้อมูลการสำรวจความคิดเห็น รายละเอียดเกี่ยวกับการขอใช้สิทธิ์ และการร้องเรียนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการ หรือวิธีอื่นใดที่ใกล้เคียงกัน เป็นต้น
    7. ข้อมูลการโต้ตอบสื่อสาร เมื่อท่านติดต่อสื่อสาร สอบถามข้อมูล ให้ความเห็นหรือคำติชมแก่เรา ไม่ว่าจะเป็น ภาพนิ่ง และ/หรือภาพเคลื่อนไหว การสื่อสารในรูปแบบลายลักษณ์อักษรหรือวาจา ผ่านทางแอดมิน เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน โทรศัพท์ อีเมล ไปรษณีย์ หรือโดยวิธีการอื่นใดก็ตาม
    8. ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ปกครองที่ท่านให้ไว้หรือข้อมูลที่เราได้จากผู้ปกครองของท่าน เช่น เบอร์โทรศัพท์ของผู้ปกครอง ในกรณีที่ท่านเป็นผู้ให้ข้อมูลผู้ปกครอง ท่านจะเป็นผู้รับรองว่าได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองให้แบ่งปันข้อมูลแก่เราแล้ว
    9. ข้อมูลด้านเทคนิค เช่น ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log) หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ (IP Address) และข้อมูลที่เราได้เก็บรวบรวมผ่านคุกกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายคลึงกัน เป็นต้น
    10. ข้อมูลอื่น ๆ เช่น บันทึกภาพนิ่งและ/หรือภาพเคลื่อนไหวผ่านกล้องวงจรปิด (CCTV) เป็นต้น
  2. เราเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของท่านหรือไม่

    ไม่ว่ากรณีใด เราไม่มีความประสงค์ที่จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของท่าน เช่น ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลด้านสุขภาพ ข้อมูลชีวภาพ (Biometric Data) ข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อและศาสนา พฤติกรรมทางเพศ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อท่านในทำนองเดียวกัน ตามประกาศของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

    ในกรณีที่เราขอให้ท่านถ่ายรูปบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตนก่อนเข้าห้องเรียนนั้น เป็นเพียงขั้นตอนการตรวจสอบความถูกต้อง และยืนยันตัวตนของท่านเท่านั้น โดยหลังจากที่การยืนยันตัวตนเสร็จสิ้นครบถ้วนแล้ว เราจะดำเนินการลบรูปบัตรประชาชนของท่านทันที

  3. เราใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์อะไร
  4. ลำดับวัตถุประสงค์ที่กำหนดฐานทางกฎหมาย
    1.เพื่อวัตถุประสงค์ในการประชาสัมพันธ์ เช่น การถ่ายภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเพื่อกิจกรรมทางการตลาดที่จัดขึ้นเพื่อใช้ในการทำคอนเทนต์และสื่อสารบนช่องทางโซเชียลมีเดียหรือเว็บไซต์ของเราฐานความยินยอม
    2.เพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารอื่นใด เช่น ข้อมูลส่วนลด โปรโมชันคอร์สเรียน ข่าวสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาฐานความยินยอม
    3.เพื่อวัตถุประสงค์ในการติดต่อสื่อสารกับท่านหรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันสำหรับการติดต่อกลับทางโทรศัพท์หรือช่องทางที่ท่านอนุญาตเกี่ยวกับการให้บริการต่าง ๆ ของเรา เช่น การตอบข้อซักถาม หรือข้อเสนอแนะของท่านและแนะนำเกี่ยวกับคอร์สเรียนที่เหมาะสม หรือคอร์สเรียนที่ท่านอาจสนใจฐานความยินยอม/ฐานการปฏิบัติตามสัญญา
    4.เพื่อวิเคราะห์ วิจัย ทำสถิติ สำรวจความคิดเห็นการจัดกิจกรรม หรือเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงพฤติกรรมการเรียนของท่านจากการใช้งานเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือช่องทางอื่น ๆ สำหรับพัฒนาปรับปรุงคุณภาพการให้บริการของเราฐานความยินยอม/ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
    5.เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และใช้ในการยืนยันหรือระบุตัวตนของท่านก่อนเข้าเรียน ก่อนเข้าสอบหรือก่อนการใช้บริการฐานการปฏิบัติตามสัญญา/ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
    6.เพื่อประมวลผลในขั้นตอนการลงทะเบียนการสมัครสมาชิก ลงทะเบียนสอบสมัครใช้บริการและการจัดทำฐานข้อมูลของผู้เรียนที่ใช้งานระบบฐานการปฏิบัติตามสัญญา
    7.เพื่อวัตถุประสงค์ในการรับเรื่องร้องเรียน การทำแบบสอบถาม การสำรวจความเห็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการเพื่อตอบคำถามของท่าน และชี้แจงข้อมูลต่าง ๆ ผ่านระบบการสนทนา การให้คำแนะนำต่าง ๆ ที่เหมาะสมตลอดจนการแก้ไขข้อบกพร่อง และปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการเพื่อพัฒนาคุณภาพการให้บริการของเราฐานการปฏิบัติตามสัญญา/ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
    8.เพื่อข้อมูลข่าวสารการให้บริการประเภทเดียวกันกับที่ท่านมีอยู่กับเรา ซึ่งเป็นประโยชน์กับท่านฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
    9.เพื่อการบริหารจัดการคำสั่งซื้อจากท่าน ส่งมอบ ติดตาม จัดส่ง การเปลี่ยนจัดเตรียมผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการการตรวจสอบยืนยันตัวตน และดำเนินการใดที่เกี่ยวข้องซึ่งหากไม่ได้ดำเนินการแล้วจะกระทบต่อการให้บริการของเราหรือจะทำให้เราไม่สามารถให้บริการได้อย่างเป็นธรรมและต่อเนื่องเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการดำเนินธุรกิจของเราฐานการปฏิบัติตามสัญญา/ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
    10.เพื่อดำเนินการให้เกิดผลสำเร็จของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินการคืนเงิน การออกใบสำคัญรับเงินใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้องการหักบัญชีและตรวจสอบความถูกต้องของเลขที่บัญชี และหมายเลขบัตรเครดิต หรือเดบิตฐานการปฏิบัติตามสัญญา/ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย
    11.เพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับทั้งในและต่างประเทศที่ใช้บังคับและที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา รวมถึงการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้มีอำนาจ เช่นคำสั่งศาล คำสั่งของหน่วยงานรัฐ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือเมื่อได้รับหมายเรียกหมายอายัด จากหน่วยงานราชการหรือศาลฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย
    12.เพื่อวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายหรือการยกขึ้นต่อสู้ซึ่งสิทธิเรียกร้องของเรา ในขั้นตอนต่าง ๆ ตามกฎหมาย เช่น การสอบสวนการไต่สวนโดยเจ้าหน้าที่รัฐ การเตรียมคดี การดำเนินคดี และ/หรือการต่อสู้คดีในชั้นศาล เป็นต้นฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
    13.เพื่อแจ้งเตือนการใช้บริการ เมื่อใกล้สิ้นสุดระยะเวลาตามสัญญา การสร้างและรักษาบัญชีผู้ใช้รวมถึงการประมวลผล การตรวจสอบการใช้บริการ และการปิดบัญชีผู้ใช้ฐานการปฏิบัติตามสัญญา
    14.เพื่อการเรียกเก็บเงิน หรือหนี้ที่ค้างชำระ การเข้าทำธุรกรรม การดำเนินการรับชำระเงินจัดการกับข้อเรียกร้องและข้อพิพาท รวมถึงการดำเนินการแก้ไขข้อพิพาท การก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายการใช้สิทธิ์ หรือการโต้แย้งข้อเรียกร้องทางกฎหมาย การดำเนินคดีต่าง ๆตลอดจนการดำเนินการเพื่อบังคับคดีตามกฎหมายฐานการปฏิบัติตามสัญญา/ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
    15.เพื่อปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ทางธุรกิจอันสมควร เช่น การจัดทำสถิติการใช้งานแบบไม่เฉพาะเจาะจงบุคคล การตรวจสอบการรายงาน การควบคุม หรือ บริหารความเสี่ยง การวิเคราะห์และวางแผนแนวโน้ม หรือกิจกรรมอื่น ๆที่เกี่ยวข้องหรือคล้ายคลึงกันฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
    16.เพื่อใช้ในการขาย การโอน การควบกิจการ หรือเหตุการณ์ในทำนองเดียวกันซึ่งเราอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลที่สามรายใดรายหนึ่งหรือหลายรายซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกรรมนั้นๆฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
    17.เพื่อบริหารความเสี่ยง การกำกับตรวจสอบภายใน การตรวจสอบบัญชี การเงินและการบัญชี การบริหารจัดการภายในองค์กรภายใต้นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย
    18.เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการตรวจสอบดูแลความสงบเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยในทรัพย์สินของเราหรือการใช้ภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิด(CCTV) เพื่อป้องกันการสูญหาย หรือความเสียหายในทรัพย์สินของเราหรือใช้เพื่อติดตามเอาคืนทรัพย์สินหรือเรียกให้ชดใช้ค่าเสียหาย ในกรณีที่มีการทำให้ทรัพย์สินของเราสูญหาย หรือเสียหายรวมถึงการเฝ้าติดตามข้อมูลการใช้เครือข่าย การระบุเหตุการณ์เกี่ยวกับความปลอดภัยการดำเนินการตรวจสอบเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูล และการป้องกันอื่นใดต่อการกระทำที่ประสงค์ร้าย หลอกลวง ฉ้อฉลหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
    19.เพื่อการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของของท่านในกรณีที่ท่านไม่สามารถให้ความยินยอมได้เช่น การป้องกันด้านสุขภาพในสถานการณ์โรคระบาด การประมวลผลข้อมูลสุขภาพเพื่อการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อท่านประสบภยันตรายระหว่างอยู่ในความดูแล หรืออยู่ภายในบริเวณของเรารวมถึงการนำท่านส่งโรงพยาบาลในกรณีที่มีสถานการณ์ฉุกเฉิน จำเป็นหรือภยันตรายถึงชีวิตฐานการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิตฐานป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
  5. เหตุใดเราจึงต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

    เรามีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีที่มีการสมัครลงทะเบียนเรียนกับเราเพื่อใช้ประกอบการทำสัญญา และต้องส่งข้อมูลให้หน่วยงานของรัฐเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หากท่านไม่ประสงค์ที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแก่เรา อาจมีผลกระทบต่อหน้าที่ของเราตามกฎหมาย หรืออาจทำให้เราไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาได้อย่างถูกต้อง และ/หรืออาจทำให้มีข้อขัดข้อง ไม่สมบูรณ์ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อตกลงเงื่อนไขในสัญญาระหว่างเรากับท่านได้ หรือในบางกรณีเราอาจไม่สามารถอนุญาตให้ท่านลงทะเบียนเรียนได้ ซึ่งในกรณีดังกล่าวเราอาจมีความจำเป็นต้องปฏิเสธการลงทะเบียนเรียน หรือยกเลิกการให้สิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับท่านไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน (แล้วแต่กรณี) อย่างไรก็ตาม ท่านมีความเป็นอิสระในการให้ความยินยอม โดยเราจะไม่กำหนดเงื่อนไขในการให้ความยินยอมมาเป็นส่วนหนึ่งของการสมัครเรียน ซึ่งท่านสามารถมั่นใจได้ว่าเราจะใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่เรากำหนดหรือที่ได้รับความยินยอมจากท่านเท่านั้น โดยในกรณีที่เราจะดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในลักษณะ และ/หรือ วัตถุประสงค์ที่ไม่สอดคล้องกับที่กำหนด เราจะจัดให้มีนโยบายหรือประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติม และประกาศให้ท่านทราบทางเว็บไซต์หรือมีหนังสือไปยังท่านทางอีเมลเพื่ออธิบายการประมวลผลข้อมูลในลักษณะดังกล่าว

  6. เราได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากช่องทางไหน

    เราเก็บรวบรวมและรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

    1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับเราโดยตรง เมื่อท่านติดต่อสื่อสาร สอบถามข้อมูล ให้ความเห็น หรือคำติชมแก่เรา ไม่ว่าจะเป็นอยู่ในรูปแบบลายลักษณ์อักษรหรือวาจา ผ่านทางเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน โทรศัพท์ อีเมล ไปรษณีย์ การพบปะกันโดยตรง หรือโดยวิธีการอื่นใด หรือเมื่อท่านแสดงเจตนาเพื่อสมัครใช้บริการ เข้าทำสัญญา หรือส่งมอบเอกสารต่าง ๆ ซึ่งมีข้อมูลส่วนบุคคลปรากฏอยู่มาให้แก่เรา หรือเมื่อท่านเข้าร่วมกิจกรรมทางการตลาดงานอีเว้นท์ หรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่จัดขึ้นในนามของเรา เป็นต้น โดยรวมถึงขั้นตอนที่ท่านดำเนินการยื่นคำร้องขอใช้สิทธิ์ต่าง ๆ กับเรา
    2. ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่เราอาจได้รับมาจากบุคคลที่สาม เช่น ผู้ปกครอง โรงเรียน สถาบันการศึกษา องค์กรหรือหน่วยงานอื่นใดที่มีสิทธิและหน้าที่ในการเปิดเผยข้อมูล หรืออาจได้รับมาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะ ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) แพลตฟอร์มออนไลน์ของบุคคลที่สาม รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจด้านการศึกษา ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลด้วยตนเอง หรือได้ให้ความยินยอมแก่ผู้ใดในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวของท่าน
    3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวมจากท่านโดยอัตโนมัติผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น การใช้คุกกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ ในลักษณะเดียวกันในเว็บไซต์ที่อยู่ภายใต้ความดูแลของเรา ทั้งนี้ เพื่อการดำเนินการด้านความปลอดภัยในการให้บริการ และเพื่อให้ท่านได้รับความสะดวกและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปปรับปรุงเว็บไซต์ของเราให้ตรงกับความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น โดยท่านสามารถตั้งค่า หรือลบการใช้งานคุกกี้ได้ด้วยตนเองจากการตั้งค่าในเว็บเบราว์เซอร์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านจะได้รับการแจ้งถึงรายละเอียดต่าง ๆ ตามที่ระบุในประกาศฯ ฉบับนี้ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะวัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือหากเป็นกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กำหนดให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใดต้องได้รับความยินยอมจากท่าน เราจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านในกรณีที่เราเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ก่อนวันที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ เราจะเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปตามวัตถุประสงค์เดิมทีเราได้แจ้งไว้แก่ท่าน ซึ่งท่านมีสิทธิยกเลิกความยินยอมโดยติดต่อมายังเราตามรายละเอียดการติดต่อที่ระบุไว้ในท้ายของประกาศฯ ฉบับนี้
  7. วิธีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับท่านที่อายุ 10 – 20 ปี

    ในกรณีที่ท่านเป็นผู้เยาว์ที่มีอายุตั้งแต่ 10 -20 ปี เราอาจประมวลผลข้อมูลของท่านโดยคำนึงถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างสูงสุด ซึ่งเรากำหนดเงื่อนไขให้ท่านสามารถดำเนินการสมัครเรียนได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง เฉพาะคอร์สเรียนที่เราพิจารณาแล้วว่า เป็นกรณีสมแก่ฐานานุรูป เหมาะสมกับวัย และการพัฒนาความรู้ของท่าน แต่อย่างไรก็ตาม ท่านต้องให้การรับรองและรับประกันว่าท่านกำลังใช้บริการของเราโดยได้แจ้งรายละเอียดการใช้บริการ และการให้ความยินยอมให้ผู้ปกครองของท่านทราบแล้วเพื่อเป็นการยืนยันว่าผู้ปกครองของท่านได้ทราบรายละเอียดดังกล่าวแล้ว เรามีความจำเป็นต้องขอข้อมูลเบอร์โทรผู้ปกครองของท่าน เพื่อเราจะดำเนินการแจ้งเกี่ยวกับการลงทะเบียนเรียนสำเร็จ ความยินยอมที่ท่านให้ไว้ รายละเอียดนโยบายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้ผู้ปกครองทราบ

  8. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

    เราจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่มีความจำเป็น เพื่อวัตถุประสงค์ของการประมวลผลตามที่ระบุในประกาศฯฉบับนี้ ดังนี้

    1. กรณีที่เราได้รับข้อมูลจากการลงทะเบียน การสมัครสมาชิก เราจะเก็บข้อมูลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บริการแก่ท่าน และตราบเท่าที่ท่านยังคงเป็นสมาชิก และจะเก็บต่อไปอีก 2 ปี นับถัดจากปีที่สิ้นสุดสถานการณ์เป็นสมาชิกหรือสิ้นสุดการให้บริการ
    2. กรณีอื่น ๆ เราอาจจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็นตามสมควร เพื่อปฏิบัติ ตามหน้าที่ของเราและเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ กรณีที่ไม่สามารถ กำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลได้ชัดเจน เราจะเก็บรักษาข้อมูลไว้ ตามระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐานของการเก็บรวบรวม (เช่น อายุความ ตามกฎหมายทั่วไปสูงสุด 10 ปี) ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการทางศาล ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อาจถูกจัดเก็บไว้จนกว่าจะสิ้นสุดการดำเนินการดังกล่าว รวมถึงระยะเวลาใด ๆ ในการดำเนินการ ที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ จากนั้นข้อมูลของท่านจะถูกลบหรือเก็บตามที่กฎหมายอนุญาต
    3. เมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนดแล้ว เราจะดำเนินการลบ ทำลาย ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ หรือดำเนินการอื่นใดตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด เพื่อให้การคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม เราจะเก็บรักษาข้อมูลบางอย่างไว้ นานกว่าที่ระบุข้างต้น หากจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเป็นการปฏิบัติตามคำสั่ง ของเจ้าพนักงานหรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจผู้เกี่ยวข้อง และเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ หรือโดยชอบตามกฎหมาย
    4. กรณีที่เราใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยอาศัยความยินยอมจากท่าน เราจะดำเนินการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจนกว่าท่านจะแจ้งความประสงค์ในการยกเลิกความยินยอม และเราดำเนินการตามคำขอของท่านเสร็จสิ้น อย่างไรก็ดี เราอาจ ยังคงเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็น เพื่อบันทึกเป็นประวัติการยกเลิก ความยินยอมของท่าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการตอบสนองต่อคำขอในอนาคต หรือเพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  9. ท่านมีสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไรบ้าง

    ในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถใช้สิทธิตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กำหนด ดังต่อไปนี้

    1. สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิเข้าถึงและได้รับสำเนาข้อมูล ส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของเรา เว้นแต่กรณีที่เรามีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านตามกฎหมายหรือคำสั่งของศาล หรือกรณีที่คำขอของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
    2. สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้เราทำการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และสมบูรณ์ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดหรือผลกระทบที่อาจเกิดจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง
    3. สิทธิในการขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้เราลบ ทำลาย หรือ ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวตนได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ เมื่อข้อมูลนั้นหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ สำหรับวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล หรือในกรณีที่ท่านถอนความยินยอม หรือใช้สิทธิคัดค้าน เว้นแต่เรามีเหตุจำเป็นอันชอบ ด้วยกฎหมายในการเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าว
    4. สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้เราระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ของท่านในบางกรณี เช่น เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็น เมื่อท่านใช้สิทธิคัดค้าน หรือในระหว่างที่เรากำลังพิจารณาคำขอแก้ไขหรือลบข้อมูลส่วนบุคคล
    5. สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิคัดค้าน การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ ในกรณีที่เราดำเนินการภายใต้ ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเพื่อการตลาดแบบตรง หรือเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษา วิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ เว้นแต่เราสามารถแสดงให้เห็นว่ามีเหตุจำเป็นอันชอบด้วยกฎหมายในการดำเนินการต่อไป
    6. สิทธิในการขอถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในรูปแบบที่สามารถอ่าน หรือใช้งานได้โดยทั่วไปด้วยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อัตโนมัติ สิทธิขอให้เราส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าว ไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เราส่งหรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าว ไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิคหรือเหตุผลทางกฎหมายในการปฏิเสธ ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านข้างต้นต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่เรา หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เราจำเป็นต้องประมวลผล เพื่อให้ท่านสามารถใช้บริการของเราได้ตามความประสงค์ ซึ่งท่านเป็นคู่สัญญาอยู่กับเรา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนใช้บริการ หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอื่นตามที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายกำหนด
    7. สิทธิในการขอถอนความยินยอม ท่านมีสิทธิขอถอนความยินยอมที่ท่านได้ให้ไว้กับเราเมื่อใดก็ได้ โดยการแจ้งตามขั้นตอนที่เรากำหนด อย่างไรก็ตาม การขอถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้แล้วโดยชอบ ยกเว้นแต่จะมีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมาย หรือโดยสภาพไม่สามารถถอนความยินยอมได้ หรือมีสัญญาระหว่างท่านกับเราที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่ หรืออาจส่งผลให้เราไม่สามารถดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์บางส่วนหรือทั้งหมดตามที่ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้ได้ทั้งนี้ การถอนความยินยอมของท่านอาจส่งผลกระทบในด้านการใช้บริการต่าง ๆ เช่นท่านจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ข้อมูลส่วนลด โปรโมชันคอร์สเรียน หรือข้อมูลข่าวสารอันเป็นประโยชน์แก่ท่านเป็นต้น เพื่อประโยชน์ของท่านจึงควรศึกษาและสอบถามถึงผลกระทบก่อนใช้สิทธิ์ขอถอนความยินยอม
    8. สิทธิในการร้องเรียน ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อเราผ่าน แบบฟอร์มร้องเรียนการประมวลผลข้อมูล หรือโปรดติดต่อเราโดยใช้รายละเอียดการติดต่อที่ระบุในส่วนท้ายของประกาศฯ ฉบับนี้ ทั้งนี้ ท่านมีสิทธิ ร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากเราไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
  10. ท่านจะใช้สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างไร
    1. หากท่านประสงค์ร้องขอหรือใช้สิทธิใด ๆ ท่านสามารถทำผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่เว็บไซต์ของเราหรือกรอกข้อมูลผ่านแบบฟอร์มคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ เราจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุด ที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลา 30 วัน นับแต่ได้รับคำร้อง อย่างไรก็ตาม เรามีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่าน ในกรณีที่มีข้อยกเว้นตามกฎหมาย หรือเราจะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาได้ หรือมีผลกระทบกับการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา หรือเป็นการปฏิเสธตามคำสั่งศาล หรือหากเราดำเนินการตามคำขอของท่านอาจส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น โดยเราจะดำเนินการบันทึกการปฏิเสธคำร้องขอพร้อมด้วยเหตุผลไว้
    2. เราจะพยายามอย่างเต็มที่ เพื่ออำนวยความสะดวก และดำเนินการตามคำร้องขอของท่านเว้นแต่จะปรากฏข้อเท็จจริงว่าคำร้องขอนั้น เสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่นหรือเป็นการขัดต่อกฎหมาย หรือนโยบายความปลอดภัยของระบบ หรือกรณีที่เป็นการพ้นวิสัยในทางปฏิบัติตามคำร้องขอเนื่องมาจากเหตุทางเทคนิค
    3. เราอาจมีการขอให้ท่านพิสูจน์ตัวตนของท่านก่อนการใช้สิทธิ เพื่อความปลอดภัยของท่านเองโดยบางกรณีอาจเกิดข้อจำกัดในการขอใช้สิทธิของท่านบางประการ ซึ่งเราจะทำการชี้แจงให้ทราบ หากไม่สามารถปฏิบัติตามคำร้องขอใช้สิทธิของท่านได้
    4. เรามีสิทธิปฏิเสธการใช้สิทธิของท่าน ในกรณีที่ท่านใช้สิทธิโต้แย้งหรือขอระงับการใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่าน และขอให้ดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่านได้ หากเป็นกรณีที่เราทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามฐานการปฏิบัติตามสัญญา หรือฐานเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือฐานการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และหากเรามีความจำเป็นที่จะต้องเก็บข้อมูลต่อไป
    5. เรามีความจำเป็นต้องแจ้งให้ทราบว่า การขอใช้สิทธิของท่านบางประการ อาจเกิดข้อจำกัดในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นข้อมูลที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อเราในการปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย และการรักษาความปลอดภัยของเราและบริเวณรอบข้าง
  11. เราดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ปลอดภัยอย่างไร

    เรากำหนดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับนโยบายและวิธีปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของเราและนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy)

  12. ท่านจะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเราได้อย่างไร

    หากท่านต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกาศความเป็นส่วนตัวของเราโปรดติดต่อเราตามช่องทางดังต่อไปนี้
    บริษทฯ สมายด์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด
    ที่อยู่ : เลขที่ 926 อาคารโครงการ Block28 อาคาร C ชั้น 3 ห้อง C305 ซอยจุฬา 7 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
    อีเมล : info@smile-education.co.th
    หมายเลขโทรศัพท์ : 02-078-0536

  13. ประกาศฯ จะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เราขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ทบทวน และปรับปรุงประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ตามสมควร โดยมิต้องแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ ในกรณีที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ เราจะเผยแพร่ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับใหม่ ผ่านทางเว็บไซต์ของเรา (https://www.smartmathpro.com/) โดยประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ทันทีในวันที่ประกาศ

ประกาศ ณ วันที่ 7 มีนาคม 2568